เจาะลึกข้อมูล(ลับ) เกี่ยวกับ “ฝ้า” ที่คุณไม่เคยรู้

หากถามว่าปัญหาผิวหน้าแบบไหนที่ผู้คนส่วนใหญ่กลัวมากที่สุด ? เราเชื่อได้เลยว่า “ฝ้า” คงจะเป็นคำตอบยอดนิยมของผู้คนอย่างแน่นอน เพราะว่าการที่หน้าเป็นฝ้านั้นขึ้นชื่อในเรื่องของการรักษาที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน จนทำให้หลายๆ คน หมดเงินไปกับการรักษาฝ้าเป็นจำนวนมาก ดังนั้นในบทความนี้เราจึงจะขอพาคุณไปเจาะลึกข้อมูลเกี่ยวกับฝ้า ที่รับรองเลยว่าคุณจะต้องไม่เคยรู้มาก่อน! ทั้งนี้ข้อมูลที่เรากำลังจะกล่าวถึงล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ที่จะช่วยทำให้คุณเข้าใจกับสาเหตุการเกิดฝ้าที่แท้จริงและการรักษาฝ้าที่ถูกต้อง โดยเริ่มแรกเราไปเริ่มกันที่…

 

ความหมายของ “ฝ้า”

ฝ้า (Melasma) คือ ปัญหาผิวหน้าที่มีลักษณะเป็นปื้นๆ สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม(ในบางกรณีก็มีสีดำ) มักจะเกิดขึ้นบริเวณโหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง, หน้าผาก, จมูก, ขมับหรือบริเวณที่มักจะสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ซึ่งโอกาสที่จะเกิดฝ้ากับผู้หญิงนั้นมีมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30 – 40 ปี จะเป็นช่วงวัยที่เสี่ยงต่อการเกิดฝ้าได้มากที่สุด!

 

สาเหตุการเกิดฝ้าที่คุณจะต้องรู้!

สำหรับสาเหตุของการเกิดฝ้านั้น จริงๆ แล้วไม่ได้มีเพียงแค่การตากแดดเป็นเวลานานเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย โดยเราจะขอแบ่งออกเป็นปัจจัยหลักๆ 2 ข้อ ซึ่งก็คือ…

ปัจจัยภายนอกร่างกายที่ทำให้เกิดฝ้า

1.แสงแดด – ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “แสงแดด” คือตัวการหลักที่ทำให้ผิวหน้าของคนเราเกิดฝ้า เพราะรังสี UVA/UVB ในแสงแดดจะเข้าไปกระตุ้นเซลล์เมลาโนไซต์ให้ผลิตเม็ดสีเมลานิน จนทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ขึ้นมานั่นเอง

2.ความร้อน – ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! ว่าความร้อนก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าได้ อาทิเช่น การทำอาหารอยู่หน้าเตานานๆ การเชื่อมเหล็กเป็นประจำ ฯลฯ ซึ่งที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าความร้อนจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระ และแน่นอนว่าอนุมูลอิสระจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเม็ดสีเมลานินให้ทำงานเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ผิวหน้าของคุณกลายเป็นฝ้าในที่สุด!

3.แสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ – ไม่ว่าจะเป็นแสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค แท็ปเลต โทรทัศน์ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นตัวกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินทำงานมากขึ้นกว่าเดิม

4.การใช้ครีมบำรุงผิวไม่ได้คุณภาพ – ในกรณีที่คุณเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่ไม่ได้คุณภาพหรือครีมที่มีส่วนผสมของกรดเรทิโนอิก สารปรอท ไฮโดรควิโนน ฯลฯ เราก็ขอบอกเลยว่ามันจะกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หน้าของคุณเป็นฝ้า และเท่านั้นยังไม่พอ เพราะมันอาจจะทำให้ผิวหน้าของคุณเกิดการระคายเคืองจนต้องเสียเงินรักษาผิวหน้ากันแบบยาวๆ เลยล่ะ!

5.การรับประทานยาคุมกำเนิด – หากใครที่กินยาคุมกำเนิดเป็นประจำ ก็ต้องยอมรับเลยว่าคุณมีโอกาสที่จะเป็นฝ้ามากกว่าคนอื่น เนื่องจากภายในยาคุมนั้นมีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งมันจะเข้าไปกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินทำงานมากขึ้นนั่นเอง

ปัจจัยภายในร่างกายที่ทำให้เกิดฝ้า

1.ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอรโรน (progesterone) ภายในร่างกายมากจนเกินไป – เพราะฮอร์โมนทั้ง 2 ตัวนี้จะทำให้ผิวไวต่อแสง จนทำให้เม็ดสีเมลานินทำงานหนักขึ้น! และกลายเป็นฝ้าฝั่งลึกในที่สุด

2.การตั้งครรภ์ – ในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์นั้นฮอร์โมนภายในร่างกายจะขึ้นๆ ลงๆ จนทำให้ไปกระตุ้นการทำงานของเม็ดสีเมลานินใต้ผิวหนัง จนทำให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์หลายๆ คน เป็นฝ้าหรือมีรอยด่างดำตามร่างกายนั่นเอง

3.กรรมพันธุ์ – หากบุคคลในครอบครัวของคุณเป็นฝ้าที่ผิวหน้า ก็ให้คุณทำใจเลยว่าคุณมีโอกาสเป็นฝ้ามากกว่าบุคคลอื่นๆ ถึง 50%

4.โรคร้ายบางชนิด – โรคร้ายบางชนิดก็อาจจะทำให้คุณเป็นฝ้าได้ อาทิเช่น โรคตับ โรคไทรอยด์ เป็นต้น

 

5 วิธีการรักษาฝ้าที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

สำหรับวิธีการรักษาฝ้าในปัจจุบันนี้จะมีอยู่ 5 วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งประกอบไปด้วย…

1.การทาครีมรักษาฝ้า

2.การสครับผิว

3.ใช้ยารักษาฝ้าโดยตรง

4.การทำทรีทเมนต์ผลัดเซลล์ผิว

5.การทำเลเซอร์

โดยก่อนทำการรักษาฝ้าทั้ง 5 วิธีข้างต้น คุณอาจจะต้องเข้าพบกับแพทย์เฉพาะทางเพื่อปรึกษาและตรวจดูว่าคุณเป็นฝ้าชนิดไหน ? วิธีรักษาฝ้าวิธีไหนเหมาะสมกับคุณมากที่สุด ? ทั้งนี้ก็เพื่อให้การรักษาฝ้ามีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผิวหน้ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

 

รายละเอียดเกี่ยวกับ “ฝ้า” ที่เรากล่าวไป คงจะกลายเป็นประโยชน์ให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย อีกทั้งการป้องกันการเกิดฝ้าที่ดีที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการทาครีมกันแดดในทุกๆ วัน แม้ว่าวันนั้นคุณจะไม่ได้ออกไปไหนก็ตาม เพราะอย่าลืมว่าแสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าเอาได้ง่ายๆ ส่งผลให้คุณจำเป็นที่จะต้องเลือกครีมกันแดดที่สามารถทาได้ทุกวัน ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน อย่างเช่น ULTIMATE Brightening UV Protector SPF50 PA+++ จาก WE Skin Care ครีมกันแดดที่อุดมไปด้วย Zine Dioxide, Ethyhexyl ethoxycinnamate และ Micro Titanium Dioxide ที่สามารถช่วยป้องกันผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งตัวครีมยังปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน ซิลิโคนและสีสังเคราะห์ จึงทำให้ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้ทุกวัน โดยที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง!

(เลขจดแจ้ง 10-1-6400002518)

ข้อมูลบัญชี