อันตราย! ผิวหน้าอาจจะพังได้ หากคุณเลือกวิธีรักษาฝ้าแบบผิดๆ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า…ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการรักษาฝ้ายังคงมีอยู่ในสังคมไทย แม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีวิธีการรักษาฝ้าที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม! ซึ่งที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าหลายๆ คน ที่หน้าเป็นฝ้ามักจะเสียดายเงินหากต้องไปรักษาหน้ากับแพทย์เฉพาะทางหรือใจร้อนต้องการหายจากฝ้าแบบเร่งด่วน โดยไม่ได้คำนึงถึงหลักความเป็นไปได้จนทำให้ฝ้าที่เป็นอยู่นั้นมีสีเข้มหรือกระจายวงกว้างมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม! และถ้าในกรณีที่ทำการรักษาฝ้าแบบผิดๆ อย่างต่อเนื่อง มันก็อาจจะส่งผลร้ายถึงขั้นผิวหน้าระคายเคืองแบบรุนแรงได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นในวันนี้เราจึงจะขอกล่าวถึงวิธีการรักษาฝ้าแบบผิดๆ ให้คุณได้รับทราบข้อมูลกัน เพื่อที่คุณจะได้หลีกเลี่ยงการรักษาฝ้าจากวิธีดังกล่าว โดยวิธีแรกที่ผู้คนมักจะทำกันเลยก็คือ…

1.การใช้สารเคมีในการลอกฝ้า
วิธีการรักษาฝ้าแบบผิดๆ วิธีแรกที่ผู้คนนิยมทำกันเป็นวงกว้างเลยก็คือ “การใช้สารเคมีในการลอกฝ้า” เพราะคิดว่าจะช่วยทำให้ฝ้าบางลงและเป็นการผลัดเซลล์ผิวไปในตัว ซึ่งวิธีการนี้เราขอบอกเลยว่าเป็นวิธีการที่ผิดเป็นอย่างมาก! เพราะนอกจากฝ้าจะไม่ได้หายไปแล้ว การใช้สารเคมีลอกฝ้ายังจะทำให้ผิวของคุณบาง จนทำให้ผิวไวต่อแสงและเกิดฝ้าได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งหากตัวสารเคมีมีความรุนแรงก็อาจจะทำให้ผิวหน้าของคุณเกิดความระคายเคือง แห้ง ลอก แสบคัน จนทำให้ผิวหน้าอักเสบได้เลยทีเดียว!

2.หลงเชื่อโฆษณารักษาฝ้าภายใน 7 วัน
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ไปหลงเชื่อคำโฆษณาของผลิตภัณฑ์บางชนิดที่บอกว่าสามารถรักษาฝ้าได้ภายใน 7 วัน! ซึ่งเราคงจะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า “ไม่จริง” เพราะปกติการรักษาฝ้าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 – 8 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่มักจะเคลมว่าสามารถรักษาฝ้าได้ภายใน 7 วันนั้น ส่วนใหญ่จะไม่มี อย. และมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิวหน้า อาทิเช่น สารปรอท สารเร่งขาว สารไฮโดรควิโนน ฯลฯ ที่เมื่อใช้ไปนานๆ จะส่งผลให้ผิวหน้าของคุณเกิดการระคายเคือง มีสิวขึ้นเห่อทั้งหน้า และฝ้าที่เป็นอยู่ก็จะมีสีเข้มขึ้นพร้อมกับมีการขยายวงกว้างจนทำให้การรักษานั้นยากขึ้นกว่าเดิม

3.รักษาฝ้าด้วยการกรอผิว
แม้ว่าการรักษาฝ้าด้วยการกรอผิวจะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้างในหลายๆ คลินิกเสริมความงาม แต่! การรักษาฝ้าวิธีนี้อาจจะส่งผลด้านลบต่อผิวมากกว่าด้านบวก เนื่องจากผู้ที่หน้าเป็นฝ้าจะต้องกรอผิวไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และในช่วงที่กำลังได้รับการรักษานั้นก็จะต้องดูแลรักษาผิวหน้าเป็นพิเศษ ห้ามมีสิวหรือผดผื่นเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้การรักษาต้องหยุดชะงักไป เนื่องจากจะไม่สามารถกรอผิวได้ต่อ เพราะอาจจะทำให้ผิวเกิดอาการอักเสบ แสบ บวมแดง จากสิวที่เป็นอยู่ อีกทั้งหากทางคลินิกไหนไม่มีความสะอาดหรือไม่มีความรู้ในเรื่องของการกรอผิว ก็อาจจะทำให้ผิวหน้านั้นมีรอยแผลเป็นเอาได้ง่ายๆ เลยทีเดียว

4.ใช้กรดในผลไม้รักษาฝ้า
สำหรับวิธีการรักษาฝ้าแบบผิดๆ วิธีสุดท้ายที่เรานำมาฝากก็คือ “การใช้กรดจากผลไม้มาทาไว้ในบริเวณที่เป็นฝ้า” ซึ่งแม้ว่าวิธีการรรักษาวิธีนี้จะดูปลอดภัยเพราะมาจากธรรมชาติ แต่! ถ้าหากกรดในผลไม้มีความเข้มข้นที่มากเกินไป ก็อาจจะทำให้ผิวหน้าของคุณเกิดความระคายเคืองได้เลยทีเดียว อีกทั้งยังอาจจะทำให้ผิวหน้าเกิดการอักเสบและทำให้สีของฝ้าเข้มขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

รายละเอียดข้างต้นล้วนแล้วแต่เป็นวิธีการรักษาฝ้าที่ผิดอย่างมหันต์! เพราะนอกจากฝ้าจะไม่หายไปแล้ว มันยังเป็นการทำลายผิวแบบทางอ้อมอีกด้วย ดังนั้นการรักษาฝ้าที่ดีที่สุดคือการไปพบแพทย์ เพื่อให้เขาได้วิเคราะห์ว่าคุณเป็นฝ้าประเภทไหน ? และวิธีรักษาฝ้าแบบไหนที่เหมาะสมกับผิวของคุณมากที่สุด อีกทั้งการเลือกใช้ครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาที่ปลอดภัยและช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้ ซึ่งถ้าถามว่าครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดตัวไหนที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยและได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่มีผิวหน้าบอบบางและผู้ที่หน้าเป็นฝ้ามากที่สุด ก็คงจะเป็นผลิตภัณฑ์ตัวไหนไปไม่ได้เลยนอกจาก…

Intensive Melasma Cream และ ULTIMATE Brightening UV Protector SPF50 PA+++ จาก We Skin Care ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ปราศจากสารพาราเบน แอลกอฮอล์ ซิลิโคนและสีสังเคราะห์ จึงทำให้ผู้ที่มีผิวหน้าบอบบางหรือหน้าเป็นฝ้าไม่เกิดการระคายเคืองเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ตัว ยังอุดมไปด้วยสารสกัดระดับพรีเมี่ยม อาทิเช่น Methylhydantoin นำเข้าจาก German ที่จะช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานินใต้ผิวหนัง, Nicinamide ที่จะช่วยและฟื้นฟูผิวที่มีปัญหาอย่างอ่อนโยน, Micro Titanium Dioxide ที่จะช่วยเคลือบผิวและป้องกันรังสี UVA/ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหรือหน้าเป็นฝ้า จึงสบายใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก We Skin Care จะช่วยรักษาและฟื้นฟูผิวของคุณได้อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน!
(Intensive Melasma Cream เลขจดแจ้ง : 10-1-6400014038)
(ULTIMATE Brightening UV Protector SPF50 PA+++ เลขจดแจ้ง : 10-1-6400002518)

สั่งซื้อสินค้า/สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ข้อมูลบัญชี