ทำความรู้จักประเภทของฝ้า เพื่อการรักษาที่ตรงจุด

หากกล่าวถึง “ฝ้า” ผู้คนทั่วไปก็คงจะคิดแค่ว่าเป็นปัญหาผิวชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการที่โดนแสงแดดจัดๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าความจริงนั้น “ฝ้า” มีอยู่หลากหลายประเภท และสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าก็ไม่ได้มีแค่แสงแดดเพียงอย่างเดียว แต่! ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้นในวันนี้เราจึงจะพาคุณไปทำความรู้จักกับประเภทของฝ้ากันว่ามีประเภทไหนบ้าง ? และสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าคืออะไร ? รวมไปถึงเรายังมีเกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของฝ้ามาฝากอีกด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปพบกับข้อมูลที่น่าสนใจนี้พร้อมๆ กันเลย

 

ประเภทของฝ้าที่คุณต้องทำความรู้จัก!

หากถามว่าทำไมคุณจะต้องรู้จักประเภทของฝ้าด้วย ? คำตอบง่ายๆ เลยก็คือ “เพื่อที่คุณจะได้ทำการรักษาได้อย่างตรงจุด” เพราะฝ้าแต่ละประเภทล้วนมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป โดยฝ้าประเภทที่ 1 เลยก็คือ…

1.ฝ้าแดด

ประเภทของฝ้าประเภทแรกเลยก็คือ “ฝ้าแดด” ที่เกิดจากแสงแดดตรงตามชื่อของมัน ซึ่งภายในแสงแดดนั้นจะมีรังสี UVA และ UVB ที่เป็นรังสีที่มีคลื่นความยาวสูง ส่งผลให้ทำลายผิวได้ลึกและยังกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานินภายในผิวหนังได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นใครที่โดนแดดเป็นประจำและไม่ได้ทาครีมกันแดด คุณก็เตรียมตัวเตรียมใจพบกับฝ้าแดดได้เลย!

2.ฝ้าตื้น

สำหรับฝ้าตื้นจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลเข้ม ขอบชัดและเป็นฝ้าที่รักษาได้ง่าย! เนื่องจากฝ้าตื้นจะเกิดขึ้นในระดับชั้นผิวหนังกำพร้าหรือผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น แต่แม้ว่าฝ้าตื้นจะรักษาได้ง่าย แต่! มันก็เกิดขึ้นได้ง่ายเช่นกัน

3.ฝ้าลึก

ลักษณะของฝ้าลึกจะมีสีที่อ่อนมากๆ เช่น สีน้ำตาล สีม่วงหรือแม้แต่สีเทา บริเวณขอบเห็นไม่ชัด เนื่องจากเป็นฝ้าที่ฝังลึกอยู่ภายในทำให้ลักษณะของฝ้ามีความจางมากกว่าฝ้าตื้นนั่นเอง อีกทั้งการรักษาฝ้าประเภทนี้ยังต้องใช้เวลาและต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางเท่านั้นถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากที่สุด

4.ฝ้าผสม

สำหรับลักษณะของฝ้าผสมนั้นจะเป็นการผสมของฝ้าทั้ง 2 แบบ(ฝ้าตื้นและฝ้าลึก) คือ สีเข้มแต่ขอบจาง! ส่งผลให้การรักษาจะต้องมีความพิถีพิถันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากต้องรักษาด้วยวิธีที่หลากหลายแบบนั่นเอง

5.ฝ้าเลือด

ลักษณะของฝ้าเลือดจะเป็นปื้นสีแดง! ซึ่งเกิดจากระบบเลือดและฮอร์โมนภายในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม(เปลี่ยนแปลงในทางที่ผิด) โดยฝ้าเลือดอาจจะเกิดจากการใช้ยาบางประเภทที่ไปกระตุ้นฮอร์โมนหรือระบบการไหลเวียนของเลือด

 

บริเวณใดบ้างที่มักจะเกิดฝ้า ?

หากถามว่าบริเวณใดในร่างกายบ้างที่มักจะเกิดฝ้า ? เราก็คงตอบได้เลยว่าทุกส่วนของร่างกายสามารถเป็นฝ้าได้หมด หากมีการตากแดดอย่างต่อเนื่อง แต่! บริเวณที่ฝ้านิยมเกิดขึ้นเลยก็คือ หน้าผาก จมูก แก้ม 2 ข้างและเหนือริมฝีปาก จะเป็นบริเวณที่มักจะเป็นฝ้ามากที่สุด

 

วิธีการรักษาฝ้าที่ได้ผลมากที่สุดคือวิธีไหน ?

สำหรับการรักษาฝ้าที่ผลมากที่สุดนั้น อันดับแรกต้องดูก่อนว่าตัวคุณเป็นเป็นฝ้าประเภทไหน ? เพราะฝ้าแต่ละประเภทจะมีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น…

การทายารักษาฝ้า

การทายารักษาฝ้านั้นส่วนมากจะใช้กับ “ฝ้าตื้น” และจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ประมาณ 1 – 2 เดือน และเห็นผลที่ชัดเจนหลังจากรักษาไปแล้วประมาณ 6 เดือน ทั้งนี้ตัวยาสำหรับทาฝ้านั้นต้องเหมาะสมกับสภาพผิว เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองที่อาจจะตามมาในภายหลัง

การเลเซอร์รักษาฝ้า

สำหรับการเลเซอร์เพื่อรักษาฝ้านั้น มักจะใช้กับฝ้าประเภท “ฝ้าลึก ฝ้าผสมและฝ้าแดด” เนื่องจากฝ้าทั้ง 3 ประเภทนี้มักจะเกิดขึ้นในชั้นผิวหนังด้านในที่ต้องใช้เลเซอร์ในการทำลายเม็ดสี แต่! การรักษาประเภทนี้จะทำให้ผิวหน้าไวต่อแสง จนเสี่ยงที่จะทำให้ฝ้ามีโอกาสเกิดใหม่ขึ้นได้

การลอกผิวเพื่อรักษาฝ้า

วิธีการรักษาฝ้าที่เห็นผลอีกหนึ่งวิธีเลยก็คือ “การลอกผิว” เพื่อกำจัดเม็ดสีในผิวชั้นในออกไป แต่! จะต้องให้แพทย์เฉพาะทางทำการรักษาเท่านั้น ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อผิวเอาได้ง่ายๆ เลยทีเดียว

 

รายละเอียดข้างต้นคงพอจะทำให้คุณรู้จักกับประเภทของฝ้าชนิดต่างๆ กันมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงวิธีการรักษาฝ้าในปัจจุบันนี้ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าค่ารักษาจะมีราคาที่ค่อนข้างจะสูง ดังนั้นการป้องกันการเกิดฝ้าจึงกลายเป็นเรื่องที่คุณจะต้องให้ความสนใจกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการทาครีมกันแดดเป็นประจำ ซึ่งสิ่งสำคัญเลยก็คือคุณต้องเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพ สามารถปกป้องแสงแดดและแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอมือถือได้เป็นอย่างดี และต้องไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผิว อาทิเช่น แอลกอฮอล์ พาราเบน ซิลิโคน สีสังเคราะห์ ฯลฯ

 

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นก็มีครบจบที่ ULTIMATE Brightening UV Protector SPF50 PA+++ จาก WE Skin Care ครีมกันแดดสูตรอ่อนโยนที่ไม่ทำให้ผิวอุดตัน แต่ยังคงประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดและแสงสีฟ้าได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยส่วนผสมจาก Zine Dioxide, Ethyhexyl ethoxycinnamate, Micro Titanium Dioxide ที่จะช่วยป้องกันผิวจากรังสี UVA และ UVB ดังนั้นผู้ที่มีผิวหน้าบอบบาง แพ้ง่าย จึงสามารถใช้ได้ทุกวัน เพื่อป้องกันการเกิดฝ้าและปัญหาผิวที่อาจจะตามมาในภายหลัง!

(เลขจดแจ้ง : 10-1-6400002518)

 

สั่งซื้อสินค้า/สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ข้อมูลบัญชี